ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) คืออะไร พร้อมวิธีจดทะเบียนสำหรับร้านค้า
ในการดำเนินธุรกิจร้านค้า การทำความเข้าใจเรื่องภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นเรื่องสำคัญที่หลายร้านอาจยังสับสน โดยเฉพาะร้านค้าที่กำลังเติบโตและมีรายได้มากขึ้น บทความนี้จะอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ว่าภาษีมูลค่าเพิ่ม คืออะไร ใครบ้างที่ต้องจดทะเบียน และมีขั้นตอนจดทะเบียนอย่างไร เพื่อให้คุณสามารถปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างถูกต้อง
ภาษีมูลค่าเพิ่ม คืออะไร ทำไมต้องรู้เรื่องนี้
ภาษีมูลค่าเพิ่ม คือภาษีทางอ้อมที่รัฐบาลเรียกเก็บจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ โดยเก็บจากมูลค่าที่เพิ่มขึ้นในแต่ละขั้นตอนของการผลิตและจำหน่ายสินค้าหรือบริการ ในประเทศไทย VAT คือภาษีที่มีอัตราปัจจุบันอยู่ที่ 7% (แม้ว่าตามกฎหมายจะกำหนดไว้ที่ 10% แต่มีการลดเป็น 7% ชั่วคราวมาอย่างต่อเนื่อง)เมื่อลูกค้าซื้อสินค้าจากร้านของคุณในราคา 107 บาท เงิน 7 บาทคือภาษีมูลค่าเพิ่ม คือส่วนที่คุณต้องนำส่งให้กับกรมสรรพากร ดังนั้น VAT คือภาษีที่คุณเก็บแทนรัฐบาล ไม่ใช่รายได้ของร้านคุณ
สำคัญ! ใครบ้างที่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
การจดภาษีมูลค่าเพิ่ม คือสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องดำเนินการเมื่อมีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด โดยกลุ่มที่ต้องจดทะเบียน ได้แก่
ผู้ประกอบการที่มีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี
ผู้ประกอบการที่กำลังเตรียมเริ่มกิจการ
ผู้ประกอบการต่างประเทศที่ขายสินค้าในไทย
● หากร้านค้าของคุณมีรายได้จากการขายสินค้าหรือให้บริการเกินกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี (หรือประมาณ 150,000 บาทต่อเดือน) คุณต้องยื่นคำขอจดภาษีมูลค่าเพิ่ม คือสิ่งที่ต้องทำภายใน 30 วันนับจากวันที่มีรายได้ถึงเกณฑ์
● หากคุณกำลังเตรียมเปิดร้านที่คาดว่าจะมีรายได้เกินเกณฑ์ คุณสามารถยื่นคำขอจดภาษีมูลค่าเพิ่ม คือขั้นตอนที่ทำล่วงหน้าได้ไม่เกิน 6 เดือนก่อนเริ่มประกอบกิจการ
● VAT คือภาษีที่ผู้ประกอบการต่างชาติที่ขายสินค้าหรือให้บริการในไทยต้องเสียด้วย โดยตัวแทนในไทยมีหน้าที่รับผิดชอบ
ยกเว้น! ธุรกิจที่ไม่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
ไม่ใช่ว่าทุกธุรกิจจะต้องจดภาษีมูลค่าเพิ่ม คือเรื่องจำเป็นสำหรับทุกคน โดยกลุ่มที่ได้รับการยกเว้นมีดังนี้ผู้ประกอบการรายย่อยที่มีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี
ธุรกิจที่ได้รับการยกเว้นตามกฎหมาย
● ร้านค้าขนาดเล็กที่มีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ไม่จำเป็นต้องจดทะเบียน แต่สามารถสมัครใจจดได้
● การขายสินค้าเกษตรบางประเภท หนังสือพิมพ์ นิตยสาร ตำราเรียน
● การให้บริการด้านการศึกษา การรักษาพยาบาล การสอบบัญชี
ขั้นตอนการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม แบบเข้าใจง่าย
เมื่อถึงเวลาที่ต้องจดภาษีมูลค่าเพิ่ม คือสิ่งที่คุณต้องเตรียมพร้อม นี่คือขั้นตอนง่ายๆ
เตรียมเอกสารให้ครบถ้วน
ยื่นคำขอจดทะเบียน
รอการอนุมัติและรับเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
- เรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากลูกค้า เมื่อขายสินค้าหรือให้บริการ ต้องเรียกเก็บ VAT คือจำนวน 7% จากราคาสินค้า
- ออกใบกำกับภาษี ต้องออกใบกำกับภาษีให้กับลูกค้าทุกครั้งที่มีการขายสินค้าหรือให้บริการ ใบกำกับภาษีต้องมีรายละเอียดครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด
- จัดทำรายงานภาษี ต้องจัดทำรายงานภาษีซื้อ รายงานภาษีขาย และรายงานสินค้าและวัตถุดิบ
- ยื่นแบบแสดงรายการภาษี ยื่นแบบ ภ.พ.30 พร้อมชำระภาษี (ถ้ามี) ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป สามารถยื่นผ่านระบบออนไลน์หรือที่สำนักงานสรรพากร
- เครดิตภาษีซื้อ สามารถนำภาษีซื้อที่จ่ายให้กับซัพพลายเออร์มาหักออกจากภาษีขายได้ ช่วยลดภาระภาษีที่ต้องนำส่งรัฐบาล
- เพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจ ลูกค้าที่เป็นนิติบุคคลมักต้องการใบกำกับภาษีเพื่อนำไปใช้เป็นเครดิตภาษี สร้างภาพลักษณ์ที่ดีในการเป็นผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกฎหมาย
- โอกาสทางธุรกิจ เปิดโอกาสในการทำธุรกิจกับบริษัทขนาดใหญ่ที่ต้องการใบกำกับภาษี สามารถเข้าร่วมประมูลงานของหน่วยงานภาครัฐและเอกชนได้
- มีโทษปรับ ปรับไม่เกิน 2,000 บาท กรณีไม่จดทะเบียนเมื่อมีรายได้ถึงเกณฑ์ และอาจมีโทษปรับเพิ่มเติมอีก 200% ของภาษีที่ต้องชำระ
- เสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม เบี้ยปรับ 1-2 เท่าของภาษีที่ต้องชำระ เงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนของภาษีที่ต้องชำระ
- ถูกประเมินภาษีย้อนหลัง กรมสรรพากรสามารถประเมินภาษีย้อนหลังได้ไม่เกิน 10 ปี ทำให้ต้องเสียทั้งภาษี เบี้ยปรับ และเงินเพิ่มเป็นจำนวนมาก
- เอกสารภาษีขาย ผ่านระบบการจัดการ POS ที่รองรับการออกใบกำกับภาษี ระบบจุดขายที่ช่วยให้การออกใบกำกับภาษีเป็นเรื่องง่าย รวบรวมข้อมูลภาษีซื้อและภาษีขายโดยอัตโนมัติ
- เอกสารภาษีซื้อ สามารถใช้ใบกำกับภาษีที่ซื้อผ่านแม็คโคร ในการยื่นภาษีมูลค่าเพิ่ม ได้อย่างแม่นยำและถูกต้อง
● บัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของเจ้าของกิจการ
● หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล (กรณีเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน)
● เอกสารแสดงสถานที่ประกอบการ เช่น สัญญาเช่า หรือโฉนดที่ดิน
● แผนที่ตั้งของสถานประกอบการ
● แบบคำขอจดทะเบียน ภ.พ.01
● สามารถยื่นได้ที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่หรือใช้บริการผ่านระบบออนไลน์ของกรมสรรพากร
● เมื่อเอกสารครบถ้วนสมบูรณ์ จะได้รับเลขประจำตัวผู้เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้นำเลขนี้ไปใช้ในการออกใบกำกับภาษีและการยื่นแบบแสดงรายการภาษี
การคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม สูตรง่ายๆ ที่ร้านค้าควรรู้
VAT คือภาษีที่คำนวณได้ไม่ยากเมื่อเข้าใจหลักการ โดยสูตรพื้นฐาน คือภาษีมูลค่าเพิ่ม = มูลค่าสินค้าหรือบริการ x อัตราภาษี (7%)
ตัวอย่างการคำนวณ: สินค้าราคา 100 บาท จะมี VAT คือ 7 บาท (100 × 7%) ดังนั้น ราคารวมที่ลูกค้าต้องจ่าย = 107 บาทในทางกลับกัน หากคุณต้องการทราบว่าในราคาที่รวม VAT แล้ว มีภาษีอยู่เท่าไร ให้ใช้สูตร
ภาษีมูลค่าเพิ่ม = ราคารวม ÷ 107 × 7
ตัวอย่าง: สินค้าราคารวม 107 บาท มีภาษีมูลค่าเพิ่ม คือจำนวน 7 บาท (107 ÷ 107 × 7) ราคาสินค้าก่อนภาษี = 100 บาท
หน้าที่ของผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
เมื่อจดภาษีมูลค่าเพิ่ม คือสิ่งที่ทำแล้ว คุณจะมีหน้าที่ดังนี้ประโยชน์ของการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับร้านโชห่วย
จดภาษีมูลค่าเพิ่ม คือการยกระดับธุรกิจของคุณให้มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีประโยชน์อื่นๆ ได้แก่:ผลกระทบหากไม่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อถึงเกณฑ์
การหลีกเลี่ยงไม่จดภาษีมูลค่าเพิ่ม คือความเสี่ยงที่อาจนำมาซึ่งบทลงโทษดังนี้บริการที่มิตรแท้โชห่วยพร้อมให้ความช่วยเหลือ ได้แก่
วางใจเรื่อง VAT ไว้กับมิตรแท้โชห่วย พันธมิตรของเจ้าของร้านทุกคน
ภาษีมูลค่าเพิ่ม คือเรื่องสำคัญที่ผู้ประกอบการร้านค้าต้องทำความเข้าใจ โดยเฉพาะเมื่อธุรกิจขยายตัวและมีรายได้เพิ่มขึ้น การจดภาษีมูลค่าเพิ่ม คือความรับผิดชอบทางกฎหมายที่ไม่ควรมองข้าม
เมื่อร้านค้าของคุณมีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี การจดภาษีมูลค่าเพิ่ม คือสิ่งที่ต้องดำเนินการ เพื่อหลีกเลี่ยงบทลงโทษและสร้างโอกาสในการขยายธุรกิจ นอกจากนี้ อย่าลืมว่า VAT คือภาษีที่คุณเก็บแทนรัฐบาล ไม่ใช่ต้นทุนของธุรกิจ
มิตรแท้โชห่วย พร้อมเป็นพันธมิตรที่น่าเชื่อถือสำหรับธุรกิจของคุณ ให้คำปรึกษาและบริการเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม คือสิ่งที่เราช่วยคุณได้ เพื่อให้คุณสามารถมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาธุรกิจของคุณได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลกับเรื่องภาษี
รับปรึกษา ทุกปัญหา โชห่วย ฟรี!
ติดต่อเรา ได้ที่ Inbox หรือโทร. 02-099-1555 เวลา 07:00-22:00 น. ทุกวัน
แอดมาที่ Line @mitrtaeshohuay