ใบกำกับภาษี VS ใบเสร็จรับเงิน คืออะไร ต่างกันอย่างไร รู้ไว้ให้ชัวร์
ในโลกของการทำธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจโชห่วยที่มีการซื้อขายสินค้าและบริการทุกวัน เอกสารทางการเงินถือเป็นหัวใจสำคัญที่ขาดไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการบันทึกรายได้ การยืนยันการทำธุรกรรม หรือการยื่นภาษี สองเอกสารที่พบบ่อยและมักสร้างความสับสนให้กับผู้ประกอบการมือใหม่คือ ใบกํากับภาษีใบเสร็จรับเงิน แม้จะดูคล้ายกัน แต่ทั้งสองเอกสารนี้มีความแตกต่างและวัตถุประสงค์ในการใช้งานที่ไม่เหมือนกัน
การทำความเข้าใจว่า ใบกํากับภาษีต้องมีอะไรบ้าง และใบกํากับภาษีเต็มรูปแบบคืออะไร จะช่วยให้คุณจัดการเอกสารทางการเงินได้อย่างถูกต้อง ลดความเสี่ยงในการถูกปรับจากกรมสรรพากร และสร้างความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจของคุณ
ในบทความนี้ เราจะมาไขข้อสงสัยและแนะนำความแตกต่างระหว่างใบกํากับภาษีใบเสร็จรับเงิน เพื่อให้คุณสามารถนำไปปรับใช้กับธุรกิจโชห่วยได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ มาเริ่มต้นด้วยการทำความเข้าใจพื้นฐานกันก่อน!
ใบกำกับภาษี (Tax Invoice) คืออะไร?
ใบกํากับภาษี คือเอกสารสำคัญที่ออกโดยผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เพื่อเป็นหลักฐานในการซื้อขายสินค้าหรือบริการ ใบกำกับภาษีนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในระบบภาษีของประเทศไทย เพราะเป็นเอกสารที่ใช้ในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม ทั้งสำหรับผู้ขาย (ภาษีขาย) และผู้ซื้อ (ภาษีซื้อ)สำหรับธุรกิจโชห่วยที่มียอดขายเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี และได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว การออก ใบกํากับภาษี ให้ลูกค้าเป็นสิ่งที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย
ใบกํากับภาษีต้องมีอะไรบ้าง?
ตามกฎหมาย ใบกํากับภาษีเต็มรูปแบบคือ เอกสารที่ต้องระบุข้อมูลครบถ้วนตามที่กรมสรรพากรกำหนด โดยใบกํากับภาษีต้องมีอะไรบ้าง ได้แก่- คำว่า "ใบกำกับภาษี" หรือ "TAX INVOICE" ในที่ที่เห็นได้ชัดเจน
- เลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ออกใบกำกับภาษี พร้อมชื่อที่อยู่ของผู้ประกอบการและสถานประกอบการ
- ชื่อและที่อยู่ของผู้ซื้อสินค้าหรือบริการ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ซื้อ (ถ้ามี)
- หมายเลขลำดับของใบกำกับภาษี และหมายเลขเล่ม (ถ้ามี)
- ชื่อ ชนิด ประเภท ปริมาณ และมูลค่าของสินค้าหรือบริการ
- จำนวนภาษีมูลค่าเพิ่ม ที่คำนวณจากมูลค่าของสินค้าหรือบริการ โดยต้องแยกออกให้ชัดเจน
- วันที่ออกใบกำกับภาษี
- ข้อความอื่นๆ ที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด (ถ้ามี)
สำหรับร้านโชห่วยทั่วไป การออก ใบกํากับภาษี อาจไม่ได้เป็นเรื่องที่ต้องทำทุกวัน แต่ถ้าคุณมีลูกค้าที่เป็นบริษัทหรือนิติบุคคลมาซื้อสินค้า พวกเขามักจะขอ ใบกํากับภาษี เพื่อนำไปใช้ในการเครดิตภาษีซื้อ
ประเภทของใบกำกับภาษี
ใบกํากับภาษี มีหลายรูปแบบ แต่ละแบบมีวัตถุประสงค์และลักษณะการใช้งานที่แตกต่างกัน ดังนี้- ใบกํากับภาษีเต็มรูปแบบ - ใบกํากับภาษีเต็มรูปแบบคือ เอกสารที่มีรายละเอียดครบถ้วนตามที่กรมสรรพากรกำหนด ใช้สำหรับการซื้อขายระหว่างนิติบุคคลหรือบุคคลที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
- ใบกำกับภาษีอย่างย่อ - เป็น ใบกํากับภาษี ที่มีรายละเอียดน้อยกว่าแบบเต็มรูป มักออกให้กับลูกค้าทั่วไปในการขายปลีก เช่น ใบเสร็จจากห้างสรรพสินค้า ปั๊มน้ำมัน หรือร้านสะดวกซื้อ
- ใบเพิ่มหนี้/ลดหนี้ - เป็นเอกสารที่ออกเพื่อปรับปรุงมูลค่าของการขายหลังจากที่ได้ออก ใบกํากับภาษี ไปแล้ว
- ใบกำกับภาษีรวม - เป็น ใบกํากับภาษี ที่รวมรายการขายหลายครั้งในช่วงเวลาหนึ่ง
เมื่อไหร่ต้องออกใบกำกับภาษี?
ผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องออก ใบกํากับภาษี ในกรณีต่อไปนี้● ธุรกิจขายสินค้า: ออกเมื่อมีการส่งมอบสินค้า หรือเมื่อโอนกรรมสิทธิ์สินค้าให้ผู้ซื้อ
● ธุรกิจให้บริการ: ออกเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการ
● กรณีอื่นๆ: เช่น การขายสินค้าโดยส่งมอบให้ตัวแทนเพื่อขาย หรือการโอนสินค้าไปต่างประเทศ
สำหรับร้านโชห่วยที่ขายสินค้าปลีก ส่วนใหญ่จะออก ใบกํากับภาษี เมื่อลูกค้าร้องขอเท่านั้น เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่เป็นผู้บริโภคทั่วไปที่ไม่ต้องการนำไปใช้เครดิตภาษี
ใบเ สร็จรับเงิน (Receipt) คืออะไร?
ใบเสร็จรับเงิน คือเอกสารที่ออกเพื่อเป็นหลักฐานยืนยันว่าได้รับชำระเงินจากลูกค้าแล้ว ใบเสร็จรับเงินนี้เป็นเอกสารพื้นฐานที่ธุรกิจทุกประเภทสามารถออกได้ไม่ว่าจะจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่ก็ตาม สำหรับร้านโชห่วยทั่วไป ใบเสร็จรับเงินคือเอกสารหลักที่ใช้ในการทำธุรกรรมประจำวัน เพราะส่วนใหญ่ลูกค้าจะเป็นผู้บริโภคทั่วไปที่ไม่ต้องการ ใบกํากับภาษีใบเสร็จรับเงินต้องมีรายละเอียดอะไรบ้าง?
ใบเสร็จรับเงินควรมีข้อมูลพื้นฐานดังนี้- ชื่อและที่อยู่ของร้านค้าหรือบริษัท
- วันที่ออกใบเสร็จ
- เลขที่ใบเสร็จ (ควรมีลำดับที่ชัดเจน)
- รายการสินค้าหรือบริการ พร้อมราคา
- ยอดรวมทั้งสิ้น
- ชื่อลูกค้า (ไม่จำเป็นต้องมีในกรณีลูกค้าทั่วไป)
แม้ว่าไม่มีข้อกำหนดทางกฎหมายที่เข้มงวดสำหรับใบเสร็จรับเงินเหมือนกับ ใบกํากับภาษี แต่การออกใบเสร็จที่มีข้อมูลครบถ้วนจะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจของคุณ
ความแตกต่างระหว่างใบกํากับภาษีใบเสร็จรับเงิน
ความเข้าใจความแตกต่างระหว่างใบกํากับภาษีใบเสร็จรับเงินมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับเจ้าของร้านโชห่วย เรามาทำความเข้าใจกันแบบง่ายๆ ดังนี้- ใครออกเอกสารได้บ้าง - ใบกํากับภาษี นั้นออกได้เฉพาะร้านค้าที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เท่านั้นนะครับ ส่วนใบเสร็จรับเงินนั้น ร้านค้าทุกประเภทออกได้หมด ไม่ว่าจะเป็นร้านเล็กร้านใหญ่ จดทะเบียน VAT หรือไม่ก็ตาม
- ทำไมต้องออกเอกสาร - ใบกํากับภาษี ออกเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยร้านค้าจะใช้คำนวณภาษีขาย ส่วนลูกค้าที่เป็นบริษัทจะใช้เป็นหลักฐานในการขอคืนภาษีซื้อ ขณะที่ใบเสร็จรับเงินออกเพื่อยืนยันว่าได้รับเงินจากลูกค้าแล้วเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับเรื่องภาษี
- เอกสารต้องมีอะไรบ้าง - สำหรับ ใบกํากับภาษี นั้นเข้มงวดมาก ต้องมีข้อมูลครบถ้วนตามที่กรมสรรพากรกำหนด โดยเฉพาะใบกํากับภาษีเต็มรูปแบบคือ เอกสารที่ต้องระบุทั้งเลขประจำตัวผู้เสียภาษี ที่อยู่ รายละเอียดสินค้า และแยกภาษีมูลค่าเพิ่มให้ชัดเจน ส่วนใบเสร็จรับเงินยืดหยุ่นกว่ามาก แค่มีชื่อร้าน รายการสินค้า และราคาก็ใช้ได้แล้ว
- ใช้งานต่างกันอย่างไร - ใบกํากับภาษี ใช้ในการเครดิตภาษีซื้อและคำนวณภาษีขาย เป็นเรื่องของธุรกิจและการจ่ายภาษีให้รัฐ ส่วนใบเสร็จรับเงินเป็นแค่หลักฐานในการซื้อขายทั่วไป ใช้ลงบัญชีรายรับรายจ่ายของร้านค้า
- ออกเมื่อไหร่ - ใบกํากับภาษี ต้องออกทันทีเมื่อส่งมอบสินค้าหรือให้บริการเสร็จ ไม่ใช่ตอนรับเงิน (ยกเว้นกรณีบริการ) ส่วนใบเสร็จรับเงินออกเมื่อรับเงินจากลูกค้าเท่านั้น ซึ่งตรงนี้แหละที่ทำให้บางครั้งต้องแยกเอกสารกัน เพราะบางทีส่งของก่อนแล้วค่อยเก็บเงินทีหลัง
- จัดระบบการเก็บเอกสาร: เก็บสำเนา ใบกํากับภาษี และใบเสร็จรับเงินทุกฉบับไว้อย่างเป็นระบบ ตามกฎหมาย ต้องเก็บ ใบกํากับภาษี ไว้อย่างน้อย 5 ปี
- ใช้เทคโนโลยีช่วย: พิจารณาใช้โปรแกรมบัญชีหรือแอปพลิเคชันที่ช่วยในการออกใบกํากับภาษีใบเสร็จรับเงินอย่างถูกต้อง หลายโปรแกรมมีฟีเจอร์ที่ช่วยให้คุณออกเอกสารได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น
- ศึกษากฎระเบียบอย่างสม่ำเสมอ: กฎหมายภาษีอาจมีการเปลี่ยนแปลง ควรติดตามข่าวสารจากกรมสรรพากรอย่างต่อเนื่อง เข้าร่วมอบรมหรือสัมมนาเกี่ยวกับภาษีสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก
- เตรียมแบบฟอร์มไว้ล่วงหน้า: มีแบบฟอร์ม ใบกํากับภาษี และใบเสร็จรับเงินเตรียมไว้ให้พร้อมใช้งาน ตรวจสอบว่าแบบฟอร์มมีรายละเอียดครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด
- ระมัดระวังในการออกเอกสาร: ออก ใบกํากับภาษี ให้ลูกค้าเฉพาะเมื่อคุณจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแล้วเท่านั้น การออก ใบกํากับภาษี โดยไม่ได้จดทะเบียนถือเป็นความผิดตามกฎหมาย
สามารถใช้เอกสารเดียวกันเป็นทั้งใบกํากับภาษีใบเสร็จรับเงินได้หรือไม่?
คำตอบคือได้! ผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มสามารถออกเอกสารที่เป็นทั้งใบกํากับภาษีใบเสร็จรับเงินในฉบับเดียวกันได้ เรียกว่า "ใบกำกับภาษี/ใบเสร็จรับเงิน" หรือ "Tax Invoice/Receipt" โดยเอกสารนี้ต้องมีรายละเอียดครบถ้วนตามที่กำหนดสำหรับ ใบกํากับภาษี และระบุคำว่า "ใบกำกับภาษี/ใบเสร็จรับเงิน" ให้ชัดเจนการออกเอกสารรวมเช่นนี้ช่วยลดความซ้ำซ้อนและประหยัดเวลาในการจัดการเอกสาร โดยเฉพาะสำหรับธุรกิจขนาดเล็กอย่างร้านโชห่วย
คำแนะนำสำหรับเจ้าของธุรกิจโชห่วยในการจัดการใบกํากับภาษีใบเสร็จรับเงิน
พี่ๆ เจ้าของร้านโชห่วยทั้งหลาย รู้ไหมว่าการจัดการเอกสารการเงินและใบกำกับภาษีเป็นเรื่องที่หลายคนปวดหัว แต่จริงๆ แล้วมันไม่ยากอย่างที่คิด! วันนี้เรามีเคล็ดลับดีๆ มาแนะนำให้การจัดการใบกํากับภาษีใบเสร็จรับเงินของร้านโชห่วยของคุณเป็นเรื่องง่ายๆ ที่ทำได้เองแบบสบายๆ
และที่สำคัญระบบ Makro POS รองรับการออกใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษีอย่างย่อ หรือ ใบกำกับภาษีแบบเต็ม ได้อย่างสบายๆ สามารถรองรับทุกกิจกรรมของร้านโชห่วย
ตัวอย่างใบกำกับภาษีอย่างย่อและตัวอย่างรายงานยอดขายที่ออกจากตัวเครื่อง MakroPOS คลิ๊กเพื่อดาวน์โหลด
ทำความเข้าใจเรื่องภาษีได้ง่ายขึ้นกับมิตรแท้โชห่วย
การจัดการเอกสารทางการเงินและภาษีอาจดูซับซ้อนสำหรับผู้ประกอบการรายย่อย แต่ไม่ต้องกังวล! โครงการ "มิตรแท้โชห่วย" พร้อมช่วยเหลือคุณในทุกขั้นตอนมิตรแท้โชห่วยเป็นโครงการที่มุ่งเน้นการสนับสนุนผู้ประกอบการร้านค้าปลีกรายย่อย ให้สามารถบริหารจัดการธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเรามีบริการให้คำปรึกษาด้านภาษี การจัดทำบัญชี และการจัดการเอกสารทางการเงินต่างๆ รวมถึงใบกํากับภาษีใบเสร็จรับเงิน
นอกจากนี้ เรายังจัดอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับใบกํากับภาษีต้องมีอะไรบ้างและใบกํากับภาษีเต็มรูปแบบคืออะไร เพื่อให้คุณไม่พลาดประเด็นสำคัญในการออกเอกสาร
รู้ทันเรื่องใบกํากับภาษีใบเสร็จรับเงิน กับมิตรแท้โชห่วยของคุณ
ใบกํากับภาษี มีบทบาทสำคัญในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยเฉพาะใบกํากับภาษีเต็มรูปแบบคือเอกสารที่ต้องมีรายละเอียดครบถ้วนตามที่กรมสรรพากรกำหนด ในขณะที่ใบเสร็จรับเงินเป็นเอกสารพื้นฐานที่ยืนยันการรับชำระเงินจากลูกค้า
ด้วยความเข้าใจที่ถูกต้องและการจัดการเอกสารอย่างเป็นระบบ ธุรกิจโชห่วยของคุณจะดำเนินไปได้อย่างราบรื่น ไม่มีปัญหาด้านภาษี และพร้อมเติบโตอย่างยั่งยืน
มิตรแท้โชห่วย พร้อมอยู่เคียงข้างคุณในการเรียนรู้และจัดการเอกสารทางการเงินอย่างมืออาชีพ ไม่ว่าจะเป็นการออก ใบกํากับภาษี ที่ถูกต้อง การจัดเก็บเอกสารอย่างเป็นระบบ หรือการยื่นภาษีให้ถูกต้องตามกฎหมาย เราคือผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำปรึกษาและช่วยเหลือคุณตลอด 24 ชั่วโมง
รับปรึกษา ทุกปัญหา โชห่วย ฟรี !!
ติดต่อเรา ได้ที่ Inbox หรือโทร. 02-099-1555 เวลา 07:00-22:00 น. ทุกวัน
แอดมาที่ Line @mitrtaeshohuay