ร้านค้าปลีก มีแบบไหนบ้าง ไขความลับของธุรกิจใกล้ตัวที่คุณอาจไม่เคยรู้
ในยุคที่เศรษฐกิจกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ร้านค้าปลีก ยังคงเป็นส่วนสำคัญในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคทุกคน ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ประกอบการที่กำลังมองหาโอกาสทางธุรกิจ หรือเป็นผู้บริโภคที่อยากเข้าใจกลไกของร้านค้าที่คุณใช้บริการอยู่ทุกวัน บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับความหมาย ประเภท และรายละเอียดสำคัญของ ธุรกิจค้าปลีก ที่มีบทบาทในชีวิตประจำวันของเรามากกว่าที่คุณคิด รวมไปถึงปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จของธุรกิจประเภทนี้ พร้อมแนะนำโครงการ มิตรแท้โชห่วย ที่จะช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการร้านค้าปลีกไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน
การค้าปลีก คืออะไร?
ร้านค้าปลีก คือ ธุรกิจที่ขายสินค้าหรือบริการโดยตรงให้กับผู้บริโภคคนสุดท้าย โดยไม่ผ่านคนกลาง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างกำไรจากการขายสินค้าในปริมาณที่เล็กกว่าการค้าส่ง แต่ในราคาที่สูงกว่าต้นทุน ลักษณะเด่นของ ร้านค้าปลีก คือการขายสินค้าในจำนวนน้อยให้กับลูกค้ารายย่อย เพื่อการอุปโภคบริโภคส่วนบุคคล ไม่ใช่เพื่อการนำไปขายต่อ
ธุรกิจค้าปลีกมีบทบาทสำคัญในระบบเศรษฐกิจเปรียบเสมือนเส้นเลือดฝอย เนื่องจากเป็นตัวกลางที่เชื่อมระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภค ช่วยกระจายสินค้าจากผู้ผลิตไปยังผู้บริโภค และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าในรูปแบบของการบริการ ความสะดวก และการเข้าถึงที่ง่ายขึ้น
บทบาทของการค้าปลีกในกระบวนการตลาด
ร้านค้าปลีก ทำหน้าที่เป็นคนกลางที่เชื่อมต่อระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภค โดยมีบทบาทสำคัญเป็นร้านค้าประจำชุมชน ดังนี้
- รวบรวมสินค้า: ร้านค้าปลีก รวบรวมสินค้าจากผู้ผลิตหรือผู้ค้าส่งหลายรายไว้ในที่เดียว ทำให้ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อสินค้าได้หลากหลายในที่เดียว
- สร้างมูลค่าเพิ่ม: ธุรกิจค้าปลีกสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าผ่านการให้บริการ เช่น การจัดส่ง การทำการตลาดตามพฤติกรรมของผู้บริโภคในชุมชน หรือการให้คำแนะนำเกี่ยวกับสินค้า
- กระจายสินค้า: ช่วยกระจายสินค้าจากผู้ผลิตไปยังผู้บริโภคในพื้นที่ต่างๆ ทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสินค้าได้สะดวกขึ้น โดยเฉพาะสินค้าใหม่ๆที่ผู้ผลิตมีการพัฒนากันอยู่ตลอด
- สร้างการรับรู้: ร้านค้าปลีก ช่วยประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการใหม่ๆ ให้กับผู้บริโภค
กระบวนการทำงานของร้านค้าปลีก
ห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain)
การจัดหาสินค้าและบริหารสินค้าคงคลัง
กระบวนการทำงานของ ร้านค้าปลีก เริ่มต้นจากห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งประกอบด้วย
● ผู้ผลิต: ผลิตสินค้าและจำหน่ายให้กับผู้ค้าส่งหรือ ร้านค้าปลีก โดยตรง
● ผู้ค้าส่ง: ซื้อสินค้าจากผู้ผลิตในปริมาณมากและจำหน่ายต่อให้กับ ร้านค้าปลีก
● ร้านค้าปลีก: ซื้อสินค้าจากผู้ค้าส่งหรือผู้ผลิตและจำหน่ายให้กับผู้บริโภคคนสุดท้าย
● ผู้บริโภค: ซื้อสินค้าจาก ร้านค้าปลีก เพื่อการอุปโภคบริโภคส่วนบุคคล
การบริหารจัดการสินค้าคงคลังเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจค้าปลีก โดยมีกระบวนการดังนี้
● การพยากรณ์ความต้องการ: ร้านค้าปลีก ต้องวิเคราะห์แนวโน้มความต้องการของลูกค้าเพื่อวางแผนการสั่งซื้อสินค้า เช่น ช่วงเทศกาลต่างๆ
● การสั่งซื้อสินค้า: ติดต่อกับผู้ค้าส่งหรือผู้ผลิตเพื่อสั่งซื้อสินค้า โดยพิจารณาจากปริมาณและช่วงเวลาที่เหมาะสม
● การรับและจัดเก็บสินค้า: ตรวจสอบและจัดเก็บสินค้าที่สั่งซื้อเข้ามาอย่างเป็นระบบ
● การจัดการสินค้าหน้าร้าน: จัดวางสินค้าในร้านให้น่าสนใจและง่ายต่อการเลือกซื้อ
● การติดตามยอดขายและสินค้าคงเหลือ: ติดตามปริมาณสินค้าคงเหลือและยอดขายเพื่อวางแผนการสั่งซื้อครั้งต่อไป
ประเภทของร้านค้าปลีก
ร้านค้าปลีก มีหลากหลายประเภท แต่ละประเภทมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกันออกไป ได้แก่
ร้านค้าปลีกขนาดเล็ก (Grocery Store / Food Retailer)
ร้านค้าปลีกเฉพาะอย่าง (Specialty Store)
ร้านสะดวกซื้อ (Convenience Store)
มินิมาร์ท (Mini Mart)
ซูเปอร์มาร์เก็ต (Supermarket)
ห้างสรรพสินค้า (Department Store)
ร้านค้าปลีก-ส่งขนาดใหญ่ (Discount Store, Hypermarket, Wholesaler)
การค้าปลีกออนไลน์
พฤติกรรมของผู้บริโภค
ฤดูกาลและเทศกาล
เศรษฐกิจ
ทำเลที่ตั้ง
ร้านค้าปลีกประเภทนี้ หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ "ร้านโชห่วย" หรือ "ร้านขายของชำ" เป็นร้านขนาดเล็กที่ขายสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน เช่น อาหาร เครื่องดื่ม ของใช้ในครัวเรือน มักตั้งอยู่ในชุมชนและมีความใกล้ชิดกับลูกค้าในพื้นที่
ตัวอย่าง: ร้านขายของชำประจำหมู่บ้าน ร้านโชห่วยในตลาดสด ซึ่งเป็นร้านค้าปลีกที่เราพบเห็นได้ง่ายในแทบทุกชุมชน
ร้านค้าปลีกประเภทนี้เน้นขายสินค้าเฉพาะกลุ่มหรือประเภท มีความหลากหลายของสินค้าในกลุ่มนั้นๆ มาก แต่ไม่มีสินค้าประเภทอื่น พนักงานในร้านมักมีความรู้เฉพาะด้านเกี่ยวกับสินค้าที่ขาย
ตัวอย่าง: ร้านขายเครื่องเขียน ร้านขายเครื่องสำอาง ร้านขายอุปกรณ์ก่อสร้าง ร้านขายเครื่องดนตรี ซึ่งแต่ละร้านเป็นร้านค้าปลีกที่เชี่ยวชาญในสินค้าเฉพาะทาง
ร้านค้าปลีกประเภทนี้เน้นความสะดวกและรวดเร็วในการให้บริการ มักเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงหรือเปิดเป็นเวลานาน ขายสินค้าที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน ราคาอาจสูงกว่าร้านประเภทอื่นเล็กน้อยเพื่อแลกกับความสะดวก
ตัวอย่าง: เซเว่น-อีเลฟเว่น ที่เป็นธุรกิจค้าปลีกที่เติบโตอย่างรวดเร็วในประเทศไทยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
ร้านค้าปลีกประเภทนี้มีขนาดเล็กกว่าร้านสะดวกซื้อทั่วไป มักตั้งอยู่ในสถานีบริการน้ำมัน อาคารสำนักงาน หรือหอพัก เน้นขายสินค้าที่จำเป็นพื้นฐานในชีวิตประจำวัน
ตัวอย่าง: ร้านมินิมาร์ทในปั๊มน้ำมัน ร้านขายของในคอนโดมิเนียม ซึ่งเป็นร้านค้าปลีกที่ตอบโจทย์ความสะดวกในพื้นที่เฉพาะ
ร้านค้าปลีกประเภทนี้มีขนาดใหญ่กว่าร้านสะดวกซื้อ เน้นขายสินค้าอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะอาหารสด อาหารแห้ง และของใช้ในครัวเรือน มีความหลากหลายของสินค้ามากกว่าร้านสะดวกซื้อ และราคามักจะต่ำกว่า
ตัวอย่าง: ท็อปส์ ฟู้ดแลนด์ วิลล่ามาร์เก็ต ซึ่งเป็นธุรกิจค้าปลีกที่เน้นอาหารและของใช้ในครัวเรือนที่หลากหลาย
ร้านค้าปลีกประเภทนี้มีขนาดใหญ่ ขายสินค้าหลากหลายประเภท แบ่งเป็นแผนกต่างๆ อย่างชัดเจน เช่น แผนกเสื้อผ้า แผนกเครื่องสำอาง แผนกเครื่องใช้ไฟฟ้า เน้นการให้บริการที่ดีและสภาพแวดล้อมที่น่าประทับใจ
ตัวอย่าง: เซ็นทรัล โรบินสัน เดอะมอลล์ ซึ่งเป็นร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ที่รวมสินค้าหลากหลายประเภทไว้ในที่เดียว
ร้านค้าปลีก-ส่งประเภทนี้มีขนาดใหญ่มาก ขายสินค้าหลากหลายประเภทในราคาที่ต่ำกว่าท้องตลาด เนื่องจากมีอำนาจต่อรองกับผู้ผลิตสูง และมีการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
ตัวอย่าง: บิ๊กซี เทสโก้ โลตัส แม็คโคร ซึ่งเป็นธุรกิจค้าปลีก-ส่งที่เน้นความคุ้มค่าและราคาประหยัด
ในยุคดิจิทัล ร้านค้าปลีกไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้านเสมอไป การค้าปลีกออนไลน์เติบโตอย่างรวดเร็วและกลายเป็นคู่แข่งสำคัญของร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิม
ลักษณะเด่นของธุรกิจค้าปลีกออนไลน์ ได้แก่
● ไม่มีข้อจำกัดด้านเวลาและสถานที่: ลูกค้าสามารถสั่งซื้อสินค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง จากทุกที่ที่มีอินเทอร์เน็ต
● ต้นทุนการดำเนินงานต่ำกว่า: ไม่ต้องเสียค่าเช่าพื้นที่หน้าร้านและค่าตกแต่งร้าน
● เข้าถึงลูกค้าได้กว้างขวาง: สามารถเข้าถึงลูกค้าได้ทั่วประเทศหรือทั่วโลก ไม่จำกัดเฉพาะในพื้นที่ใกล้เคียง
● มีข้อมูลลูกค้า: สามารถเก็บข้อมูลพฤติกรรมการซื้อของลูกค้าเพื่อนำมาวิเคราะห์และพัฒนากลยุทธ์ทางการตลาด
ตัวอย่าง: Shopee, Lazada และร้านค้าออนไลน์บน Facebook, Instagram, LINE ซึ่งเป็นร้านค้าปลีกรูปแบบใหม่ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก
พฤติกรรมของผู้บริโภคและปัจจัยที่มีผลต่อการค้าปลีก
ความสำเร็จของธุรกิจค้าปลีกขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ดังนี้
ร้านค้าปลีกต้องเข้าใจพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภค เช่น,
● รูปแบบการซื้อ: ความถี่ในการซื้อ ปริมาณการซื้อ และวิธีการชำระเงิน
● ความชอบส่วนบุคคล: ความชอบในเรื่องแบรนด์ คุณภาพ ราคา และการบริการ
● ความชอบส่วนบุคคล: ความชอบในเรื่องแบรนด์ คุณภาพ ราคา และการบริการ
ธุรกิจค้าปลีกต้องปรับตัวตามฤดูกาลและเทศกาลต่างๆ เนื่องจากมีผลต่อความต้องการของสินค้า เช่น
● ช่วงเปิดเทอม: สินค้าเกี่ยวกับการศึกษาและเครื่องแบบนักเรียนขายดี
● ช่วงเทศกาลปีใหม่: สินค้าประเภทของขวัญและของฝากขายดี
● ช่วงหน้าฝน: สินค้าประเภทร่ม เสื้อกันฝน ขายดี
สภาพเศรษฐกิจมีผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค ซึ่งส่งผลต่อยอดขายของร้านค้าปลีกโดยตรง
● ในช่วงเศรษฐกิจดี: ผู้บริโภคมีกำลังซื้อสูง มีแนวโน้มที่จะซื้อสินค้าฟุ่มเฟือยมากขึ้น
● ในช่วงเศรษฐกิจถดถอย: ผู้บริโภคมีกำลังซื้อต่ำ เน้นซื้อเฉพาะสินค้าที่จำเป็น และให้ความสำคัญกับราคามากขึ้น
ทำเลที่ตั้งเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จของร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิม
● การเข้าถึง: ความสะดวกในการเดินทางมาถึงร้าน
● การมองเห็น: ความสามารถในการมองเห็นร้านจากถนนหรือพื้นที่สาธารณะ
● การจราจร: ปริมาณคนที่สัญจรผ่านไปมาในบริเวณที่ตั้งร้าน
● การแข่งขัน: จำนวนร้านค้าประเภทเดียวกันในบริเวณใกล้เคียง
เปิดธุรกิจค้าปลีกกับมิตรแท้โชห่วย ทางเลือกทำอาชีพอยู่กับบ้าน
ร้านค้าปลีกเป็นธุรกิจที่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจและชีวิตประจำวันของผู้บริโภค โดยเฉพาะร้านโชห่วยที่เป็นร้านค้าปลีกดั้งเดิมของไทย ซึ่งมีความใกล้ชิดกับชุมชนและเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนไทยมาอย่างยาวนาน
ในยุคที่ธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่และการค้าปลีกออนไลน์กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว มิตรแท้โชห่วย จึงเป็นโครงการที่เกิดขึ้นเพื่อช่วยให้ร้านโชห่วยสามารถปรับตัวและแข่งขันได้ในยุคดิจิทัล
มิตรแท้โชห่วย เป็นโครงการที่มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพของร้านโชห่วยและร้านค้าปลีกขนาดเล็กของไทย ผ่านการให้ความรู้ การสนับสนุนด้านเทคโนโลยี และการสร้างเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ร้านค้าปลีกท้องถิ่นสามารถปรับตัวและเติบโตได้อย่างยั่งยืนในยุคดิจิทัล
รับปรึกษา ทุกปัญหา ร้านโชห่วย ฟรี! ติดต่อเรา ได้ที่ Inbox หรือโทร. 02-099-1555 เวลา 07:00-22:00 น. ทุกวัน แอดมาที่ Line @mitrtaeshohuay
ในยุคที่การแข่งขันในธุรกิจค้าปลีกทวีความรุนแรงขึ้น มิตรแท้โชห่วย จึงเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้ประกอบการร้านค้าปลีกขนาดเล็กที่ต้องการปรับตัวและพัฒนาธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน