ทีม ดีลดีโปรแม็ค คณะบริหารธุรกิจและการบัญชี มหาวิทยาลัยขอนแก่น
ในภาพรวมของตลาดค้าปลีกโลก ตลาดขายของชำมีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ยประมาณ 4.2% ต่อปี ขณะที่ช่องทางร้านสะดวกซื้อมีอัตราการเติบโตใกล้เคียงกันแต่ต่ำกว่าเล็กน้อยที่ 4.1% แนวโน้มดังกล่าวมะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคเริ่มมีทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้น ส่งผลให้ร้านค้าปลีกดั้งเดิมจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน (convenience trends, 2025)
ในปัจจุบัน ร้านโชห่วยส่วนใหญ่ยังคงดำเนินธุรกิจในรูปแบบดั้งเดิม ทั้งด้านภาพลักษณ์ การจัดวางสินค้า และประสบการณ์การซื้อ โดยมุ่งเน้นการตอบโจทย์ความจำเป็นพื้นฐานมากกว่าการสร้างประสบการณ์ ส่งผลให้รูปแบบร้านไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมและความคาดหวังของผู้บริโภครุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม NEW GEN หรือ GEN Z ที่ให้ความสำคัญกับความสะดวก ความรวดเร็ว และภาพลักษณ์ของร้านค้า
เมื่อพิจารณาในบริบทของการจัดร้านภายในงาน (ตลาดนัดโชห่วยครั้งที่ 16) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ผู้บริโภคมีระยะเวลาในการตัดสินใจซื้อจำกัด และมีตัวเลือกที่หลากหลาย ร้านโชห่วยในรูปแบบดั้งเดิมจึงยังไม่สามารถตอบโจทย์ได้อย่างเหมาะสม ทั้งในด้านภาพลักษณ์ ความสะดุดตา และประสบการณ์การซื้อ ส่งผลให้เกิดความจำเป็นในการพัฒนารูปแบบร้านโชห่วยให้ทันสมัย และสอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภครุ่นใหม่มากยิ่งขึ้น หากร้านยังคงนำเสนอในรูปแบบเดิม ย่อมทำให้ผู้บริโภคมองร้านโชห่วยเป็นเพียง “ร้านซื้อของจำเป็น” ไม่ใช่พื้นที่ที่น่าเข้า น่าค้นหา หรือสะท้อนไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ทำให้สูญเสียโอกาสในการสร้างการจดจำและความเชื่อมโยงทางอารมณ์กับผู้บริโภคในบริบทของงาน