เปิดร้านขายของชำงบเท่าไหร่? ทำอย่างไรให้ขายดี มีกำไร

เปิดร้านขายของชำงบเท่าไหร่? ลงทุนขายของชำ ทำอย่างไรให้ขายดี มีกำไร

หลายคนที่กำลังมองหารายได้เสริมหรืออยากมีธุรกิจเป็นของตนเอง มักจะนึกถึงการเปิดร้านขายของชำหรือร้านโชห่วยเป็นตัวเลือกแรก แต่คำถามแรกที่หลายคนสงสัยคือ "เปิดร้านขายของชำงบเท่าไหร่" กันแน่? จะต้องเตรียมเงินเท่าไร ถึงจะเริ่มต้นได้? และที่สำคัญคือ จะทำยังไงให้ร้านขายดี มีกำไรอย่างยั่งยืน?

แต่ความจริงนั้น การสร้างร้านขายของงบน้อยก็เป็นไปได้ หากรู้จักวางแผนและเลือกทำอย่างฉลาด ไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นด้วยร้านใหญ่โต เริ่มเล็กๆ ก่อน พอมีประสบการณ์และเงินทุนเพิ่มแล้วค่อยขยาย

สำหรับใครที่กำลังคิดจะลงทุนขายของชำ บทความนี้จะช่วยตอบทุกคำถาม ตั้งแต่เงินลงทุน ขั้นตอนการเริ่มต้น ไปจนถึงเคล็ดลับการทำให้ร้านขายดี

เปิดร้านโชห่วยต้องใช้งบเท่าไหร่

img src="https://www.xn--b3cvg2bid4a5a0fygm8ej.com/img_article/article/article-22/TAT00178 (1)_0.jpg" alt="เปิดร้านโชห่วย ลงทุนขายของชำ ต้องใช้งบเท่าไหร่" width="800" style="display:block;margin: 0 auto;padding-top: 25px;">

เรื่องเงินทุนเป็นสิ่งแรกที่ต้องวางแผน เพราะการเปิดร้านขายของชำงบเท่าไหร่จะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ขนาดร้าน ทำเล และความต้องการของเรา

  1. งบประมาณตามขนาดร้าน เช่น

  2. - ร้านขนาดเล็ก 40,000 - 50,000 บาท เหมาะสำหรับร้านในหมู่บ้านเล็กๆ ขายของใช้พื้นฐาน เช่น ข้าว น้ำ ขนม ของใช้ ไม่มีตู้แช่เย็น หรือมีแค่ตัวเดียว เหมาะสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้น

    - ร้านขนาดกลาง 150,000 - 200,000 บาท ถ้าต้องการร้านที่ครบครันขึ้น การลงทุนขายของชำระดับนี้จะได้สินค้าหลากหลายมากขึ้น มีตู้แช่เครื่องดื่ม ไอศกรีม ขายของสดบางอย่างได้ เหมาะกับชุมชนขนาดกลาง

    - ร้านขนาดใหญ่ 400,000 - 500,000 บาท สำหรับร้านที่อยากให้ครบครันเหมือนร้านสะดวกซื้อ มีสินค้าครบทุกประเภท ตกแต่งสวยงาม ทันสมัย สต็อกสินค้าเยอะ เหมาะกับทำเลที่มีคนเยอะ

  3. มีพื้นที่แล้ว VS ต้องเช่าพื้นที่ VS สร้างใหม่

  4. - มีพื้นที่อยู่แล้ว 50,000 - 80,000 บาท สำหรับคนที่มีบ้านหรือพื้นที่ของตัวเอง การเปิดร้านขายของชำงบเท่าไหร่จะประหยัดลงเยอะ เพราะไม่ต้องจ่ายค่าเช่า ไม่ต้องจ่ายเงินมัดจำ เงินส่วนใหญ่ไปซื้อของและอุปกรณ์

    - ต้องเช่าพื้นที่ 50,000 - 100,000 บาท การสร้างร้านขายของงบน้อยแบบเช่าพื้นที่ต้องเพิ่มงบสำหรับเงินมัดจำ (มักจะ 2-3 เดือน) ค่าเช่าล่วงหน้า ค่าตกแต่งพื้นฐาน

    - ต้องสร้างใหม่ 100,000 บาทขึ้นไป หากต้องสร้างร้านใหม่ทั้งหมด การลงทุนขายของชำจะเริ่มต้นที่ 100,000 บาท เพราะต้องมีค่าก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ระบบไฟฟ้า ประปา พื้น ผนัง หลังคา

การเปิดร้านขายของชำงบเท่าไหร่จึงขึ้นอยู่กับความต้องการและความพร้อมของแต่ละคน สำคัญคือการวางแผนให้ดี ไม่เอาเงินทั้งหมดที่มีมาลงทุน ต้องเหลือเงินไว้ใช้ในชีวิตประจำวันด้วย

วิธีเปิดร้านโชห่วยให้ขายดี มีกำไร เริ่มอย่างไร

สร้างร้านขายของงบน้อยให้ขายดี มีกำไร เริ่มอย่างไร

รู้เรื่องเงินทุนแล้ว ต่อไปมาดูกันว่าจะทำยังไงให้การสร้างร้านขายของงบน้อยประสบความสำเร็จ

  1. การวิเคราะห์ตลาดและทำเล

  2. การเลือกทำเลเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะมันจะส่งผลต่อยอดขายโดยตรง

    • ศึกษาลูกค้าเป้าหมายในย่านที่จะเปิดร้าน ต้องรู้ว่าคนแถวนั้นเป็นใคร ชอบซื้ออะไร เช่น
    • กลุ่มครอบครัว: ต้องการของใช้ในบ้าน ข้าวสาร น้ำมันปรุงอาหาร นม ขนมเด็ก

      นักเรียน นักศึกษา: ชอบขนม เครื่องดื่ม ของเล่น เครื่องเขียน

      พนักงานออฟฟิศ: ต้องการกาแฟ ของว่าง อาหารกลางวัน ที่รับประทานง่าย

      ผู้สูงอายุ: มักซื้อของพื้นฐาน ยาบำรุง อาหารเสริม

    • วิเคราะห์ความต้องการสินค้าในพื้นที่ ทำความเข้าใจว่าสินค้าประเภทไหนที่มีความต้องการสูง
    • ใกล้โรงเรียน: ขนม เครื่องดื่ม เครื่องเขียน

      ชุมชนหนาแน่น: ของใช้ในบ้าน อาหารสำเร็จรูป

      ใกล้ออฟฟิศ: กาแฟ อาหารเที่ยง ของว่าง

      หมู่บ้านเก่า: ข้าวสาร ของใช้พื้นฐาน

  3. การเตรียมแผนธุรกิจ

  4. แผนธุรกิจที่ดีจะช่วยให้การลงทุนขายของชำมีทิศทางที่ชัดเจน

    • สร้างแผนธุรกิจที่ชัดเจน ต้องคิดเรื่องต้นทุน รายได้ และการตลาด
    • ต้นทุนที่ต้องจ่ายแน่นอนทุกเดือน: ค่าเช่า (ถ้ามี) ค่าไฟ ค่าน้ำ เงินเดือนพนักงาน (ถ้ามี)

      ต้นทุนที่เปลี่ยนตามยอดขาย: ค่าสินค้า ค่าขนส่ง ค่าถุงใส่ของ

      รายได้ที่คาดว่าจะได้: ขายได้วันละเท่าไร ลูกค้ามากี่คนต่อวัน ซื้อครั้งละเท่าไร

    • กำหนดงบประมาณเริ่มต้น การแบ่งเงินให้เหมาะสม สำหรับการเปิดร้านขายของชำงบเท่าไหร่ โดยอาจจะลองแบ่งเป็นเปอร์เซ็นต์จากเงินทุน เช่น 60% ซื้อของขาย 25% อุปกรณ์และเฟอร์นิเจอร์ 10% ตกแต่งร้าน 5% เงินสำรองฉุกเฉิน
  5. การจดทะเบียนและเอกสาร

  6. การทำเอกสารให้ถูกต้องจะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจและทำให้ธุรกิจมีความราบรื่นไปตลอด

    • การจดทะเบียนพาณิชย์ ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก โดยสามารถเตรียมเอกสาร (บัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน) กรอกแบบฟอร์มใบสำคัญการค้า (ภพ.20) จ่ายค่าธรรมเนียม 60 บาท และรอรับใบสำคัญการค้าได้เลย
    • ใบอนุญาตอื่นๆ ที่จำเป็น เช่น ใบอนุญาตขายอาหาร (ถ้าขายอาหาร) ใบอนุญาตป้ายโฆษณา การแจ้งจัดตั้งสถานประกอบการ
  7. การเลือกและจัดซื้อสินค้า

  8. การหาแหล่งสินค้าที่ดีจะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มกำไรได้

    • หาแหล่งซัพพลายเออร์ การติดต่อโดยตรงกับตัวแทนจำหน่ายสินค้าเพื่อประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย สำหรับคนที่อยากสะดวก ประหยัดเวลา แอปพลิเคชัน Makro Pro เป็นตัวเลือกที่ดีมาก เพราะเป็นแอปพลิเคชันที่ตอบโจทย์ผู้ประกอบการอย่างครบวงจร ให้ "สั่ง ขาย คุ้ม อย่างโปรในแอปเดียว"
    • จัดหมวดหมู่สินค้า การจัดวางสินค้าให้เป็นหมวดหมู่เพื่อง่ายต่อการค้นหา เช่น หมวดอาหารและเครื่องดื่ม ของใช้ในบ้าน ยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ เครื่องใช้ไฟฟ้าเล็กๆ ไปจนถึงเครื่องเขียนและของเล่น
  9. การตกแต่งและจัดวางร้าน

  10. ร้านที่ดูดีจะดึงดูดลูกค้าได้มากกว่า การเปิดร้านโชห่วยที่มีการตกแต่งและจัดวางร้านที่ดี น่าสนใจ สามารถหยิบของได้ง่ายก็จะช่วยให้ร้านขายดีขึ้น

    • การตกแต่งร้านให้สวยงามและเป็นระเบียบ สินค้าขายดีวางให้เห็นง่าย สินค้าที่ต้องการขายมากวางในระดับสายตา ใช้หลอด LED ให้แสงสว่างเพียงพอ ช่วยให้ลูกค้ามองเห็นสินค้าชัดเจน และทำป้ายราคาที่อ่านง่าย ชัดเจน ช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจเร็วขึ้น
    • อุปกรณ์ภายในร้าน การเลือกอุปกรณ์ที่เหมาะสมเพื่อความสะดวกและความน่าดึงดูดของลูกค้า เช่น ตู้แช่เย็นขนาดที่เหมาะสม ชั้นวางของที่แข็งแรง จัดวางง่าย มีเครื่องคิดเงินหรือระบบ POS มีกล้องวงจรปิดเพื่อความปลอดภัย
  11. การจัดการเงินและการทำบัญชี

  12. การจัดการเงินที่ดีจะช่วยให้ธุรกิจยืนยาว เจ้าของร้านจะรู้ที่มาที่ไปและสามารถวางแผนธุรกิจในขั้นตอนต่อไปได้

    • การทำบัญชีรายรับรายจ่าย การติดตามและวิเคราะห์รายได้และค่าใช้จ่ายเพื่อปรับปรุงธุรกิจ แนะนำว่าให้ทำบันทึกรายรับ ยอดขายของแต่ละประเภท เงินสดและเงินโอน ของที่ขายดีและขายไม่ดี และบันทึกรายจ่าย ค่าซื้อสินค้าใหม่ ค่าใช้จ่ายประจำ (ไฟ น้ำ เช่า) ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดทุกวันอย่างรบถ้วน
    • การยื่นภาษี การใช้ทะเบียนพาณิชย์ในการยื่นเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจะทำให้ลดหย่อนได้สูงสุด 60,000 บาทต่อปี มีหลักฐานรายได้ที่ชัดเจน และธุรกิจดูน่าเชื่อถือมากขึ้น

วิธีเพิ่มยอดขายและสร้างความน่าเชื่อถือ

รู้จักขั้นตอนการเปิดร้านแล้ว แต่ยังไม่พอ! เพราะการทำให้ร้านอยู่รอดและมีกำไรต้องอาศัยการทำให้ลูกค้าไว้ใจ กลับมาซื้อซ้ำ และบอกต่อคนอื่นๆ ให้มาซื้อด้วย

หลายร้านเปิดได้ไม่กี่เดือนก็ต้องปิดตัวลง ไม่ใช่เพราะขาดเงินทุน แต่เพราะไม่มีลูกค้า หรือลูกค้าไม่กลับมาซื้อซ้ำ การสร้างความน่าเชื่อถือและกลยุทธ์การตลาดที่ดีจึงเป็นกุญแจสำคัญของความสำเร็จ

การสร้างร้านขายของงบน้อยไม่ใช่แค่เรื่องของการมีร้าน มีของขาย แต่ต้องทำให้ลูกค้ารู้สึกว่า "ร้านนี้ดี น่าเชื่อถือ อยากมาซื้ออีก" นั่นแหละ

  1. การสร้างความน่าเชื่อถือ การมีทะเบียนพาณิชย์และการบริการที่ดีเพื่อสร้างความไว้วางใจในลูกค้า โดยคุณสามารถแสดงใบสำคัญการค้าในร้าน บริการด้วยใจ ยิ้มแย้ม จำชื่อลูกค้าประจำให้ได้ และลองให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ ไม่ใช่แค่การขายของ
  2. การตลาดและโปรโมชั่น ลองโปรโมทร้านและเพิ่มยอดขายผ่านการตลาดออนไลน์และออฟไลน์ เช่น
  3. - การตลาดออนไลน์ สร้างเพจ Facebook ของร้าน โพสต์ข้อมูลสินค้าใหม่ รับออเดอร์ผ่าน Line

    - การตลาดออฟไลน์ แจกใบปลิวในชุมชน จัดโปรโมชั่นซื้อ 2 ลด 5 บาท ลดราคาของใกล้หมดอายุ

    - มีบริการเพิ่มเติม รับฝากพัสดุ เติมเงินโทรศัพท์ ขายสลากกินแบ่ง

    การสร้างร้านขายของงบน้อยให้ประสบความสำเร็จต้องใช้เวลาและความอดทน แต่ถ้าทำถูกวิธี มีการวางแผนที่ดี ก็สามารถสร้างรายได้ที่มั่นคงได้

    เริ่มต้นร้านขายของชำให้ประสบความสำเร็จ ไปกับมิตรแท้โชห่วย

    เริ่มต้นลงทุนขายของชำให้ประสบความสำเร็จ ไปกับมิตรแท้โชห่วย

    การเปิดร้านขายของชำงบเท่าไหร่ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอะไร หากมีการวางแผนที่ดี เริ่มจากการสร้างร้านขายของงบน้อยที่ 40,000 บาท สำหรับร้านเล็กๆ ไปจนถึง 500,000 บาท สำหรับร้านที่ครบครัน

    สิ่งสำคัญคือการลงทุนขายของชำให้ประสบความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับเงินทุนเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการเลือกทำเลที่ดี การวิเคราะห์ตลาด การจัดการสินค้า การบริการที่ดี และการจัดการเงิน

    เพราะหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจประสบความสำเร็จคือ การเลือกแหล่งสินค้าที่ดี เพราะจะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มความสะดวกในการสั่งซื้อ

    แอปพลิเคชัน Makro Pro เป็นโซลูชันที่ตอบโจทย์เจ้าของร้านขายของชำยุคใหม่ ด้วยคอนเซ็ปต์ "สั่ง ขาย คุ้ม อย่างโปรในแอปเดียว" ทำให้การสร้างร้านขายของงบน้อยเป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

    สำหรับใครที่กำลังคิดจะเปิดร้านขายของชำงบเท่าไหร่ หรือมีร้านอยู่แล้วแต่ต้องการปรับปรุงการจัดซื้อสินค้า Makro Pro จะเป็นพันธมิตรที่ดีที่จะช่วยให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน

    และดีกว่ามั้ย? ถ้ามีที่ปรึกษาให้ “มิตรแท้โชห่วยพร้อมเป็นที่ปรึกษาที่ดีที่สุดให้ร้านโชห่วย” ทั่วประเทศไทย ด้วยผู้เชี่ยวชาญการจัดการร้านค้าปลีกตัวจริง ไม่ต้องเริ่มต้นจาก 0 แต่มีการแนะนำทุกขึ้นตอน ฟรี ! ไม่มีค่าบริการ เน้นพัฒนาการโชห่วยรูปแบบอิสระ 100% พร้อมแล้วติดต่อเลย !!

    รับปรึกษา ทุกปัญหา โชห่วย ฟรี !!

    ติดต่อเรา ได้ที่ Inbox แอดมาที่ Line @mitrtaeshohuay
    หรือโทร. 02-099-1555 เวลา 07:00-22:00 น. ทุกวัน

แชร์ :